วันอังคารที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2562

สถานที่เที่ยวในสุราษฎร์ ที่ไม่ควรพลาด

เขื่อนรัชชประภา

1.เขื่อนรัชชประภา (เขื่อนเชี่ยวหลาน)


 




เขื่อนรัชชประภา หรือเขื่อนเชี่ยวหลาน เป็นเขื่อนอเนกประสงค์แห่งที่สองของภาคใต้ เขื่อนรัชชประภาสร้างปิดกั้นลำคลองแสงที่บ้านเชี่ยวหลาน ต.เขาพัง อ.บ้านตาขุน จ.สุราษฎร์ธานี


พื้นที่ส่วนใหญ่ติดอุทยานแห่งชาติเขาสก เป็นเขื่อนหินถมแกนดินเหนียว สูง 94 เมตร สันเขื่อนที่ยาวที่สุด 761 เมตรปิดกั้นช่องเขาขาดอีก  5 แห่ง จุน้ำ  5,638.8 ล้านลูกบาศก์เมตร พื้นที่ 185 ตารางกิโลเมตร 

ทัศนียภาพโดยรอบบริเวณเขื่อนและอ่างเก็บน้ำ สวยสดงดงาม และสงบร่มรื่น มียอดเขาหินปูนที่โผล่พ้นน้ำมากมาย พื้นน้ำมีความแตกต่างกันไปตามช่วงเวลาและสภาพอากาศ ยามท้องฟ้าสดใสแสงอาทิตย์ที่สาดส่องลงมาทำให้พื้นน้ำมีสีฟ้าอบเขียวสวยงาม  พื้นน้ำจะมองเป็นสีเขียวขจีคลายพื้นป่าปกคลุมเมื่ออาทิตย์ส่องแสงแรกหลังฝนตก หากในช่วงหน้าแล้วมีเพียงแสงจากดวงอาทิตย์ที่ส่องลงมายังพื้นน้ำ น้ำใสส่องประกายระยิบระยับสีฟ้าสดใส และอีกหลากหลายความงามที่คุณจะไม่มีวันเบื่อ เพราะความงามที่มีเสน่ห์แตกต่างกันไปทุกครั้งที่มาเยือน




ภายในบริเวณเขื่อนมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายให้เราได้สัมผัส ทั้งน้ำตก ภูเขา ถ้ำ


เขื่อนเชี่ยวหลาน งานจนได้รับสมญานาม "กุ้ยหลินเมืองไทย"

สะพานแขวนเขารูปหัวใจ

2.สะพานแขวนเทพพิทักษ์                (เขารูปหัวใจ)                                      

สะพานแขวนเขาเทพพิทักษ์สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2546 ตั้งอยู่หมู่ 1 (บ้านเขาเทพพิทักษ์) ต.เขาพัง อ.บ้านตาขุน จ.สุราษฎร์ธานี (หลังวัดเขาพัง) ตัวสะพานสร้างโดยใช้ลวดสลิงขนาดใหญ่ขึงยึดกับเสาคอนกรีต พื้นเป็นโครงเหล็กปูทับด้วยไม้กระดาน ระยะทางยาว 120 เมตร ตัวสะพานสามารถรับน้ำหนัดได้ไม่เกิน 30 คน วัตถุประสงค์การสร้างเพื่ออำนวจความสะดวกแก่ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ทั้งสองฝั่งคลองใช้สัญจรไปมา ขนส่งพืชผลทางการเกตร ซึ่งบริเวณนี้จะเป็นที่ ที่มีการปลูกและอนุรักษ์ทุเรียนบ้านพันธ์คลองแสง ซึ่งมีรสชาดอร่อยอยู่ด้วย หลังจากมีการสร้างเขื่อนรัชชประภาช่วงที่เขื่อนปล่อยน้ำระดับจะสูงมาก และไหลเชี่ยว เป็นอุสรรค์ในการการเดินทาง

สะพานแขวนสร้างทอดยาวข้ามลำคลองแสงในทางทิศเหนือ-ใต้ มีภูเขาสูงตระหง่านตั้งอยู่ด้านหลังสะพาน ยอดเขาที่ถูกกัดเซาะด้วยน้ำฝนมีรูปร่างคล้ายกับรูปหัวใจ สามารถยืนดูพระอาทิตย์ขึ้น และพระอาทิตย์ตกจากบนสะพาน รอบๆบริเวณจะมีพื้นน้ำยามเขื่อนปล่อยน้ำ และพื้นป่า มองดูสวยงาม 

สะพานแขวนเขาพัง

3.อุทยานธรรมเขานาในหลวง

อุทยานธรรมเขานาในหลวง ตั้งอยู่หมู่ที่ 8 ต.ต้นยวน อ.พนม จ.สุราษฎร์ธานี

อุทยานธรรมเขานาในหลวย
ป็นสถานที่ตั้งเจดีย์ลอยฟ้า พระพุทธศิลาวดี และบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ อันก่อนสร้างด้วยศิลาแลงนำมาจากกำแพงเพชร ตั้งอยู่บนยอดเขาหินปูนสูงจากพื้นดินเกือบ 300 เมตร สถาปัตยกรรมต่าง ๆ ภายในอุทยานธรรมเขานาในหลวงยังมีความงดงาม ทั้งซุ้มประตูโบราณแบบ 9 ยอด มีชื่อตรงประตูซุ้มว่า พุทธวดี”  ในตอนเช้าเมื่อแสงอาทิตย์ลอดซุ้มประตู และแสงอาทิตย์ที่ตกยามเย็นกระทบยอดซุ้มประตู เป็นภาพที่สวยงามและน่าประทับใจมากในช่วงเช้าสามารถเดินขึ้นไปบนเขาเพื่อชื่นชมความสวยงามของทะเลหมอก ขุมเขาอันแสนงดงาม เหมาะกับการมาปฏิบัติธรรมและเป็นสถานที่จัดอบรมวิปัสสนากรรมฐาน
เจดีย์ลอยฟ้า อุทยานธรรมเขานาในหลวง

ประวัติของอุทยานธรรมเขานาในหลวงยังไม่ชัดเจนนัก ข้าพเจ้าพยายามศึกษาและหาข้อมูลคร่าวๆ ได้มาเฉพาะในส่วนของการก่อสร้างช่วงหลังๆ ประมาณ 4-5 ปีที่ผ่านมา จริงๆด้วยส่วนตัวก็เป็นคนจังหวัดสุราษฎร์ธานี และมีสวนอยู่ไม่ไกลจากสำนักสงฆ์มากนัก แต่โดยส่วนตัวยังไม่รู้จัดสำนักสงฆ์แห่งนี้สักเท่าไหร่  ซึ่งพอจะข้อมูลที่เปิดเผยไว้เกี่ยวกับความเป็นอยู่ของชาวบ้านบริเวณนี้มากกว่าคือมีชาวบ้านอาศัยอยู่ราว 40 คน อพยพจาก อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช  ตั้งรกรากในปี พ.ศ. 2518 ซึ่งก่อนหน้านั้นเป็นป่ารกร้างอยู่ภายใต้การครอบครองของพรรคคอมมิวนิสต์ กลุ่มชาวบ้านจึงเจรจาเพื่อขออยู่อาศัยและบุกเบิกพื้นที่ทำมาหากิน และมีชาวบ้านจากพื้นที่ทยอยตามเข้ามาสมทบ ในปี พ.ศ. 2525 รัฐบาลไทยได้มีการปราบคอมมิวนิสต์ในพื้นที่ (ยุทธการดับไฟใต้) ชุมชนจึงได้ขยายตัว มีการก่อสร้างวัด โรงเรียน สถานีอนามัย และพัฒนาระบบสาธารณูปโภคขึ้นตาม ลำดับ

อุทยานธรรมเขานาในหลวง เจดีย์ลอยฟ้า

อุทยานธรรมเขานาในหลวงถือเป็นสำนักสงฆ์ที่สิ่งก่อสร้างเป็นสภาบัตยกรรมที่สร้างขึ้นด้วยแรงศรัทธาและเงินบริจาคของชาวบ้าน ภายใต้การนำของเจ้าอาวาส (พระสมพงศ์ วชิรปญโญ) ช่วยกันถางพงก่อสร้างด้วยแรงงานของพระภิกษุและประชาชนในพื้นที่ทั้งสิ้นเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาโดยไม่รับค่าแรงใดๆ เริ่มต้นจากสร้างทางเข้าเป็นซุ้มประตูโบราณแบบ 9 ยอด หรือซุ้มประตูพุทธาวดี จากนั้นจึงช่วยกันสมทบทุนก่อสร้างเจดีร้อยยอดพันองค์ เจดีย์ลอยฟ้าพุทธศิลาวดี เจดีย์ลอยฟ้าพุทธราชาวดี ตามลำดับ โดยอุทยานธรรมเขานาในหลวงมีตัวตั้งใจที่จะสร้างเจดีย์ลอยฟ้าบรรจุพระบรมสาริกธาตุให้ครบ 7 ยอด

4.เนินทรายเหมืองแกะ

เนินทรายเหมืองแกะ

เนินทรายเหมืองแกะ ตั้งอยู่หมู่บ้านเหมืองแกะ ต.นาสาร อ.บ้านนาสาร จ.สุราษฎร์ธานี


เมื่อปี พ.ศ.2469 ชาวจีนสัญชาติมาเลเซีย ชื่อ นายเค หว่อง (Mr. K Wong) มีภูมิลำเนาเดิมอยู่เมืองปีนัง ประเทศมาเลเซียได้เข้ามาบุกเบิกทำเหมืองแร่ดีบุก หมู่บ้านเหมืองแกะ ตำบลนาสารอำเภอบ้านนาสาร ซึ่งตั้งอยู่บนฝั่งคลองฉวาง ตรงข้ามกับที่ตั้งของโรงเรียนนาสาร




การร่อนหาแร่ดีบุก และเทส่วนที่เป็นทรายกองทับทมกันเมื่อมีปริมาณมากๆ เข้าทำให้สูงเป็นภูเขามหึมา ทอดยาวสวยงามแปลกตา


ตา พื้นที่เหมืองส่วนใหญ่อยู่บริเวณชุมชนห้วยมุด และในปีพ.ศ. 2479 เมื่อ นายเค หว่อง เลิกกิจการเหมืองแร่เดินกลับเมืองปีนัง พื้นที่บริเวณนี้จึงถูกทิ้งปล่อยรกร้าง เป็นพื้นที่ป่าหมดสภาพ ได้แก่ป่าห้วยมุด และป่าเหมืองแกะ ต่อมามีชาวบ้านเข้าครอบครองตั้งบ้านเรือนอยู่อาศัย ปลูกยางพารา และสวนไม้ผล บางส่วนเทศบาลได้สงวนไว้เพื่อใช้เป็นสาธารณประโยชน์เช่น สร้างสวนสาธารณะ สร้างสนามกีฬากลาง ในบริเวณชุมชนห้วยมุด ชุมชนเหมืองแกะ ชุมชนวังหล้อ ปัจจุบันพื้นที่เกตรกรรมลดน้อยลง เพราะมีการขยายตัวของเมือง ประชากรเพิ่มมากขึ้นพื้นที่ส่วนหนึ่งถูกจัดให้ที่อยู่อาศัยและทำกิจการต่างๆ